จากเหตุสะเทือนขวัญฆ่าเชือดคอ น.ส.โทโมโกะ ยามาชิตะ นักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่น วัย 23 ปี บนเนินเขาทางขึ้นวัดสะพานหิน บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย หมู่ 10 ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย หลังเกิดเหตุ พ่อแม่และพี่ชายของเหยื่อบินด่วนมาดูศพด้วยความสลดใจ ส่วนเรื่องคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบเค้นหลายราย แต่ยังไม่พบพิรุธนั้น
ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ย. นายยาสึอากิ ยามาชิตะ นางเอโกะ ยามาชิตะ และนายฮิโรชิ ยามาชิตะ พ่อ แม่และพี่ชาย ของ น.ส.โทโมโกะ ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองเก่า ท้องที่เกิดเหตุเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เป็นข้อมูลในรูปคดี โดยมีเจ้าหน้าที่กงสุลญี่ปุ่นประจำประเทศไทย คอยเป็นล่าม
จนกระทั่งเวลา 13.00 น. ทั้งสามได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุที่พบศพของเหยื่อสาวชาวญี่ปุ่น ด้วยอาการเศร้าสลด โดยเฉพาะนางเอโกะ ผู้เป็นแม่ มีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัยได้นำดอกไม้และธูปเทียน ให้ทั้งสามจุดทำพิธีสวดอธิษฐานเรียกดวงวิญญาณของลูกสาวกลับบ้านที่ญี่ปุ่น ท่ามกลางกลุ่มผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยมาสนใจทำข่าวจำนวนมาก อาทิ เอ็นทีวี ฟูจิทีวี ทีวีอาซาฮี เอ็นเอชเค และทีบีเอส
หลังเสร็จพิธี นายยาสึอากิ พ่อของผู้ตายให้สัมภาษณ์ ด้วยสีหน้าเศร้าว่า ลูกสาวใฝ่ฝันอยากมาเที่ยวประเทศไทยมานานแล้ว เพราะเคยเห็นภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามนิตยสารที่สวยงาม แต่เนื่องจากยังไม่มีเวลาว่าง พอที่จะมาเที่ยวทั้งครอบครัวได้ ทาง น.ส.โทโมโกะ จึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินจนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งเพื่อจะมาเที่ยวเมืองไทยตามความใฝ่ฝัน
หัวอกพ่อผู้สูญเสียลูก กล่าวอีกว่า ตอนที่ลูกสาวมาขออนุญาตไปประเทศไทย ไม่ได้ห้ามปราม เพราะเห็นว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ไม่น่าจะมีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับลูก แต่ความคิดของตนผิดถนัด เมื่อได้รับแจ้งจากสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยว่า ลูกสาวถูกฆ่าที่เมืองไทย ถือเป็นข่าวร้ายที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ครอบครัวมาก แต่ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่อำนวยความสะดวกในทุกด้าน หวังว่าตำรวจคงติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายได้โดยเร็วที่สุด สำหรับศพของ น.ส.โทโมโกะ จะนำกลับประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 29 พ.ย.นี้
ส่วนความคืบหน้าด้านคดีนั้น พล.ต.ท.กิตติธัช เรือนทิพย์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ไถง ปราศจากศัตรู รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ ผบก.ภ.จ.สุโขทัย และคณะได้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 200 นาย เดินเรียงหน้ากระดานขึ้นไปบนเขาซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของวัดสะพานหินอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ไม่พบแม้แต่ชิ้นเดียว
ต่อมา พล.ต.ท.กิตติธัช ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งกองปราบฯ บก.ภ.จ.สุโขทัย และท้องที่ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.สุโขทัย วิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดใหม่ และแยกแยะออกทีละประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่มีคนอ้างว่าเห็นผู้ตายเดินกับชายสูงขาว หน้าตาคล้ายชาวญี่ปุ่นในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ก่อนถูกฆ่า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกลุ่มนักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มาทำความสะอาดอุทยานฯในวันที่ 25 พ.ย. หลังวันลอยกระทง 1 วัน และอ้างว่าเห็น น.ส.โทโมโกะ เดินกับผู้ชายผู้ต้องสงสัย แต่ทุกคนยืนยันไม่เห็นใครเลย พร้อมนำภาพคลิปวีดิโอจากโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายกันเล่นในวันดังกล่าวมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจดูด้วย เมื่อพยานยืนยันไม่เห็นชายคล้ายชาวญี่ปุ่น ทางพนักงานสอบสวนจึงเบนเข็มมุ่งมายังกลุ่มคนในพื้นที่เป็นหลัก ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้นำตัวชายวัยรุ่นและผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพื่อหาพิรุธหลายคน แต่ยังหาตัวฆาตกรตัวจริงไม่พบสักราย