บึ้มขบวนหาเสียง"บุตโต"ผู้นำฝ่ายค้านปากีสถานเสียชีวิต!!

 
เอเอฟพี/เอเจนซี - นางเบนาซีร์ บุตโต ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของปากีสถานถูกสังหารในเหตุโจมตีขบวนรณรงค์หาเสียงวันพฤหัสบดี(27) กระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี ขณะที่รอยเตอร์อ้างเจ้าหน้าพรรคของเธอยืนยันเช่นกันว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงรายนี้เสียชีวิตแล้ว
 

       
       สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าคนร้ายกดระเบิดสังหารตัวเองหลัง เธอเพิ่งเสร็จสิ้นการปราศรัยหาเสียงให้แก่พรรคสำหรับการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนหน้า และกำลังออกมาจากที่ชุมนุมซึ่งจัดขึ้นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
       
       "เธออาจโดนกระสุนลูกปรายที่บรรจุในระเบิด ซึ่งมือระเบิดพลีชีพซ่อนไว้ในเสื้อกั๊ก" โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว
       
       ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่พรรคประชาชนปากีสถานว่า บุตโต เสียชีวิตจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนและระเบิด ในขบวนหาเสียงที่เมืองราวัลปินดี
       
       ขณะที่สถานีโทรทัศน์ Ary-One ระบุว่า บุตโต วัย 54 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในราวัลปินดี โดยเธอถูกยิงที่ศีรษะ
       
       ส่วนตำรวจบอกว่าคนร้ายเล่นงาน บุตโต ด้วยอาวุธปืน ก่อนกดระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีซ้ำขณะที่เธอกำลังเดินทางออกจากจุดเกิดเหตุ "ชายคนหนึ่งยิงปืนใส่รถของบุตโต เธอก้มหลบและจากนั้นเขากดระเบิดฆ่าตัวตาย"
       
       ตำรวจยังบอกต่อว่ามีผู้เสียจากเหตุโจมตีครั้งนี้ทั้งหมด 16 ราย
       ก่อนหน้านี้มีเคยมีผู้เสียชีวืตถึง 150 รายในเหตุโจมตีขบวนต้อนรับ บุตโต เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ในเมืองการาชี ทางตอนใต้ของประเทศ หลังเธอกลับคืนบ้านเกิดหลังลี้ภัยในต่างแดนนาน 8 ปี
        
       เบนาซีร์ บุตโต เกิดเมื่อปี 1953 ในครอบครัวเจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่ง บิดาของเธอ ซัลฟิการ์ อาลี บุตโต เป็นผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) และเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี  และต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน ตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1977
       
        ภายหลังสำเร็จการศึกษาทางด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและออกซ์ฟอร์ด เธอกลับคืนสู่ปากีสถานในปี 1977 เพียงไม่นานก่อนที่ทหารจะเข้ายึดอำนาจจากพ่อของเธอ เธอรับมรดกเป็นผู้นำพรรคพีพีพีต่อมา หลังจากบิดาถูกประหารชีวิตในปี 1979 ในยุคของผู้เผด็จการทหาร พลเอก โมฮัมหมัด เซียอุลฮัก
       
        เบนาซีร์ บุตโต ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกจากการเลือกตั้งในปี 1988 แต่แล้วในปี 1990 ก็ถูกประธานาธิบดีในเวลานั้นสั่งถอดถอนด้วยข้อหาคอร์รัปชั่น เธอกลับมาครองอำนาจอีกครั้งในปี 1993 หลังจากนายกรัฐมนตรีคนต่อจากเธอ ซึ่งก็คือ นาวาซ ชารีฟ ถูกบังคับให้ลาออกภายหลังทะเลาะกับประธานาธิบดี ทว่าเธอก็ไม่ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นแต่อย่างไรในการเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยสอง แล้วชารีฟก็หวนกลับคืนสู่อำนาจได้ใหม่ในปี 1996
       
        ในปี 1999 ทั้งบุตโต และ สามี อาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 5 ปี และปรับเป็นเงิน 8.6 ล้านดอลลาร์ ในข้อหารับสินบนจากบริษัทสวิสแห่งหนึ่งซึ่งปากีสถานว่าจ้างมาให้ดำเนินการปราบปรามการทุจริตทางด้านศุลกากร แต่ศาลสูงได้กลับคำตัดสินนี้ในเวลาต่อมาด้วยเหตุผลว่าเป็นคำพิพากษาที่มีอคติ กระนั้น บุตโตซึ่งอยู่ต่างประเทศตลอดระยะเวลาที่เธอถูกตัดสินว่าทำผิด ก็เลือกที่จะยังไม่เดินทางกลับบ้าน
       
        หลังจากเนรเทศตัวเองมาเป็นเวลา 8 ปี เธอก็เดินทางกลับปากีสถานในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยที่มีรายงานว่าบุตโตมีการเจรจากับประธานาธิบดีมูชาร์ราฟ เกี่ยวกับการดำเนินการให้ปากีสถานเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยซึ่งมีผู้นำเป็นพลเรือน ตลอดจนเรื่องการคุ้มครองเธอไม่ให้เธอถูกฟ้องร้องจากคดีคอร์รัปชั่นคดีเก่า
        
 
แหล่งที่มา  ผู้จัดการออนไลน์

ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร