
เอเอฟพี - ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี(27) กล่าวว่าเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายคือกลยุทธ์ที่คุ้นเคยของอัลกออิดะห์ แต่ปฏิเสธกล่าวโทษโดยตรงว่านักรบกลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเบนาซีร์ บุตโต ด้านนาวาซ ชารีฟ ผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีมูชาร์ราฟในวันนี้(28) ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่าได้มีการส่งศพอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดแล้ว "ไม่ว่าใครคือผู้กระทำผิดในเหตุโจมตีนี้ คนเหล่านั้นคือศัตรูของประชาธิปไตยและได้ใช้ยุทธวิธีที่คล้ายกับอัลกออิดะห์ นั่นคือโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายและได้พัดพาชีวิตผู้บริสุทธิ์จากความพยายามกัดเซาะกระบวนการประชาธิปไตย" สกอตต์ สตานเซล โฆษกทำเนียบขาวกล่าว "อย่างไรก็ตามยังเร็วเกินไปในเวลานี้" ที่จะกล่าวโทษใคร สตานเซลบอก พร้อมระบุว่า "ผมเข้าใจว่าอาจมีการกล่าวอ้างความรับผิดชอบ แต่ผมมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ปากีสถานจะตรวจสอบเหตุการณ์เกิดขึ้น" หลังการลอบสังหารนางบุตโต ความไม่สงบเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของปากีสถาน เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนผู้เคียดแค้นของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงรายนี้ออกมารวมตัวกันประท้วงตามท้องถนน ร้านค้า ธนาคาร สำนักงานราชการหลายแห่งถูกไฟไหม้ นอกจากนี้มีพลเรือน 2 คนเสียชีวิตในเมืองลาฮอร์ ขณะที่ในแคว้นสินธ์ มีประชาชน 2 รายถูกยิงตายเช่นกัน ทำเนียบขาวได้ออกมาเรียกร้องให้ชาวปากีสถานอยู่ความสงบ "เราเรียกร้องให้อยู่ในความสงบ มันคือความอันตราย หลังเหตุลอบสังหารผู้นำทางการเมือง มันอันตรายสำหรับประชาชนที่อาจถูกเบี่ยงเบนไปสู่ความรุนแรงในการระบายความรู้สึกโกรธแค้น" "เราอยากเรียกร้องให้อยู่ในความสงบและหวังว่าชาวปากีสถานทุกคนจะไว้อาลัยให้กับการเสียชีวิตของเธอและร่วมกันต่อต้านกับพวกหัวรุนแรง ที่พยายามยับยั้งปากีสถานในกระบวนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย" สตานเซล ระบุ หลังทราบเรื่อง นาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรีและคู่แข่งของ บุตโต ในการเลือกตี้ง ได้รุดมาที่โรงพยาบาล และมานั่งสงบนิ่งอยู่ข้างศพนางบุตโตด้วย ต่อมาเขาประกาศว่าจะร่วมแก้แค้นให้นาง ชารีฟ ได้เรียกร้องให้มีการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศในวันนี้(28) และเผยว่าพรรคของเขาอาจคว่ำบาตรการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนหน้า พร้อมเรียกร้องประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ลาออกจากตำแหน่งเพื่อปกป้องประเทศ หลังเกิดเหตุลอบสังหารนางบุตโต ข่าวการเสียชีวิตของนางบุตโตที่แพร่ออกไป ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนนางที่แห่กันมาที่โรงพยาบาลต่างก็โกรธแค้น และระบายความโกรธด้วยการทุบทำลายประตูหน้าของแผนกฉุกเฉิน และหลายคนก็ร้องไห้ บางคนก็ประณามประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ว่าเป็นฆาตกร บางคนก็เอาก้อนหินขว้างปารถระบายความแค้น และบางคนก็บอกว่ามีการร้องขอให้ทางการเพิ่มมาตการรักษาความปลอดภัยในงานนี้ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ขณะเดียวกันประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู.บุช แห่งสหรัฐฯ ได้ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง มูชาร์ราฟ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในปากีสถาน หลังการเสียชีวิตของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง บุช ที่อยู่ระหว่างพักผ่อนในเท็กซัส ได้โทรศัพท์ถึง มูชาร์ราฟ เมื่อเวลา 01.15 น.(เช้าวันศุกร์ตามเวลาในเมืองไทย)อย่างไรก็ตามทางโฆษกทำเนียบขาวปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดของการสนทนา หลังจากก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามการลอบสังหาร บุตโต ระหว่างที่เธอรณรงค์หาเสียงที่เมืองราวัลปินดี อนึ่งผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่ามีการนำศพของนางบุตโต ออกจากโรงพยาบาลแล้วในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดี และเตรียมส่งขึ้นเครื่องนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่เมืองลาร์กานา บ้านเกิดของเธอ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันนี้(28) การขนโลงศพไม้ของ บุตโต เป็นไปอย่างทุกลักทุเล เนื่องจากประชาชนหลายร้อยคนเบียดเสียดกันเข้าไปในโรงพยาบาล จากนั้นได้นำโลงศพขึ้นรถฉุกเฉิน ก่อนจะเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ผ่านฝูงชนอีกส่วนหนึ่งที่มารอไว้อาลัยการจากไปของเธอบริเวณด้านนอกของโรงพยาบาลในเมืองราวัลปินดี
|