ชน 5 ศพ- เจ้าหน้าที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถชนกันบนถนนเพชรเกษม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เมื่อเช้ามืดวันที่ 29 ธ.ค. ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสรุปอุบัติเหตุปีใหม่วันแรกมีผู้เสียชีวิต 33 ราย บาดเจ็บ 478 ราย
แอ้ดลุยตรวจรปภ.ปีใหม่ พอใจจนท.ทุกฝ่ายประสานงานดูแลอุบัติ เหตุจราจร-การก่อเหตุของผู้ไม่หวังดี มั่นใจคุมระเบิดได้ เผย 31 ธ.ค. จะออกตรวจด้วยตัวเองอีกรอบ ศปถ.แถลงวันแรกตาย 33 ราย น้อยกว่าปีก่อน 8 ราย ส่วนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 87 ครั้ง ลดลงร้อยละ 11.47 เชียงใหม่เกิดอุบัติเหตุ 23 ครั้ง สาเหตุเมาแล้วขับยังครองแชมป์ วันเดียวนครปฐมตาย 7 ครบเป้าแล้ว กระบะพลิกข้ามเลนชนเก๋งดับ 5 ทำยอดพุ่ง ทล.แก้รถติดเปิดเส้นทางพิเศษระบายกลับตจว. เอเชียติดซ่อมคอสะพาน รถเลี้ยวขวาไปโคราชพ่นพิษทำพหลโยธินรถติด มิตรภาพมุ่งประตูอีสานรถติดตลอดคืน
แอ้ดตรวจเข้มรปภ.ปีใหม่
วันที่ 29 ธ.ค. เวลา 15.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ (ศปข.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการรักษาความสงบและปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่จากหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวต้อนรับและรายงานสรุป จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางไปยังศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกอ.รมน. เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปและมอบนโยบาย และเดินทางมายังสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และติดตามความคืบหน้าการเตรียมการป้องกันและรักษาความปลอดภัย
เวลา 16.40 น. นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง บช.น. มีพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.ราย งานการดำเนินการของศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการสนธิกำลังเต็มรูปแบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตกทม. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยศูนย์ดังกล่าวคอยติดตามและรับเรื่องราวตลอด 24 ช.ม. จากนั้นนายกฯ เดินทางไปยังบก.02 เพื่อตรวจความพร้อมของศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ตั้งขึ้นเพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ร้ายในพื้นที่ กทม. ตลอด 24 ช.ม. ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.50- 4 ม.ค.51
ศปถ.แถลงวันแรกตาย 33 คน
เวลา 11.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 ในช่วง 7 วันอันตราย ว่า สำหรับในวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ความปลอดภัยบนถนนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งหมด 440 ครั้ง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีอุบัติเหตุน้อยลง 57 ครั้ง ลดลงร้อยละ 11.47 โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 33 ราย น้อยกว่าปีที่แล้ว 8 ราย ลดลงร้อยละ 19.51 และมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 478 คน น้อยกว่าปีที่แล้ว 62 คน ลดลงร้อยละ 11.48
นายบัญญัติกล่าวด้วยว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือจังหวัดเชียงใหม่ 23 ครั้ง รองลงมาคือนครปฐม 21 ครั้ง เชียงราย 16 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ ราชบุรี 3 ราย รองลงมาคือเชียงใหม่ ระยอง ศรีสะเกษ เพชรบูรณ์ นครปฐม และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 2 คน ทั้งนี้มีจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต 51 จังหวัด สำหรับจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ นครปฐม 25 คน เชียงใหม่ 22 คน เชียงราย 18 คน และมีจังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บเลย 6 จังหวัด คือ นครนายก ยโสธร อำนาจเจริญ พังงา หนองบัวลำภู และระนอง
นายบัญญัติ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ เมาสุรา ร้อยละ 30.91 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 23.41 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 15.91 สำหรับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.55 รถกระบะร้อยละ 7.61 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 3.13 ส่วนถนนที่มีอุบัติเหตุมากที่สุด คือ ถนนนอกเขตทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 52.06 และถนนทางหลวงแผ่นดินร้อยละ 47.94 ส่วนเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือช่วงกลางคืน ร้อยละ 69.32 โดยช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 35.91
ทล.แก้รถติดเปิดเส้นทางพิเศษ
พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ทล. กล่าวถึงเส้นทางจราจรทั่วประเทศในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. ที่ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ว่า ภาพรวมทั่วประเทศสภาพการจราจรไม่ติดขัดมากนัก มีเพียงถนนมิตรภาพช่วงทางขึ้นเขาบริเวณโรงงานปูนทีพีไอ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมารถติดยาวเกือบ 20 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ซึ่งกำกับดูแลบริเวณดังกล่าวได้แก้ไขโดยการเปิดช่องทางพิเศษระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 125-143 เพื่อบรรเทาปัญหาและสามารถช่วยได้มาก นอกจากนั้นที่เส้นทางสายกบินทร์บุรี ที่มุ่งสู่อีสานมีปริมาณรถจำนวนมากเช่นกันทำให้การจราจรติดขัดบ้าง สำหรับเส้นทางสายเอเชียมีปัญหาบ้างในช่วงที่มีการทำถนน แต่ช่วงไหนถนนเรียบทำให้สภาพการจราจรคล่องตัว
พล.ต.ต.พศิน กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุจากสถิติที่รวบรวมตั้งแต่เคืนวันที่ 28 ถึงเที่ยงของวันที่ 29 ธ.ค. พบว่ามีผู้เสียชีวิตบนเส้นทางหลวงทั่วประเทศจำนวน 11 ราย เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มีสูงถึง 33 ราย ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ และที่คาดการณ์ไว้ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ อีกครั้งในเย็นวันที่ 29 ธ.ค. ทางเราได้เตรียมเปิดเส้นทางพิเศษให้หากพบว่ามีการจราจรติดขัด และขอฝากเตือนประชาชนให้ขับรถอย่างระมัดระวัง หากเหนื่อยขอให้พักตามสถานีน้ำมัน หรือจุดตรวจของตำรวจทางหลวง เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุ
พอใจจนท.ประสานงานเข้มแข็ง
จากนั้นเวลา 17.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์แถลงผลการตรวจเยี่ยมว่า ทุกหน่วยที่ได้ตรวจเยี่ยม ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร มีการประสานงานกันเป็นอย่างดี ยังไม่พบปัญหาหรือความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น โดยจะประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาระบบการทำงานในการวางแผนป้องกันให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุจราจร การก่อเหตุของผู้ไม่หวังดี ทั้งในพื้นที่กทม.หรือจังหวัดอื่นๆ ที่มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยการป้องกันอุบัติเหตุในปีนี้ได้มอบแนวทางในเรื่องของการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก ซึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่คือ การดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ การใช้ความเร็วเกินกำหนด
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ส่วนการก่อเหตุร้ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการก่อเหตุร้าย เมื่อถามว่าจะเตรียมการอย่างไรเพื่อป้องกันการก่อเหตุเช่นเดียวกับช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมการมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ทั้งการดูแลเรื่องของพื้นที่ การติดตามบุคคลต้องสงสัย รวมถึงการติดตามทางด้านการข่าว ทั้งนี้ การดูแลสถานที่ที่จัดงานปีใหม่ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนและกทม. รวมถึงมีเครื่องมือเพิ่มจากปีที่ผ่านมา
มั่นใจคุมระเบิดปีใหม่ได้
เมื่อถามว่ามีพื้นที่ใดที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษในคืนวันที่ 31 ธ.ค.หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า พื้นที่หลักคงเป็นพื้นที่ที่จะมีประชาชนไปชุมนุมกัน และได้บอกกับทางกทม.ว่าให้กระจายพื้นที่จัดงานปีใหม่ออกไปหลายจุด ไม่ควรรวมอยู่ในจุดเดียว โดยจะเน้นการดูแลเพิ่มมากขึ้นตามจุดใหญ่ โดยเฉพาะที่สี่แยกราชประสงค์ และสนามหลวง
เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดทั่วกทม.ได้ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวยืนยันว่า ได้เตรียมการป้องกันในจุดสำคัญ จัดระเบียบในพื้นที่ เช่นไม่มีถังขยะหรือพื้นที่ใช้ซุกซ่อนระเบิดได้ ก็น่าจะสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายเพื่อให้ผู้คิดไม่ดีก่อเหตุได้ยากขึ้น
เผย 31 ธ.ค.ออกตรวจเองอีกรอบ
นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับในวันที่ 31 ธ.ค. จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อีก แต่คงไม่เดินทางไปร่วมงานเคานต์ดาวน์ที่ไหน และที่ไปตรวจเยี่ยมก็ไม่ใช่เป็นเพราะมีกระแสข่าวอะไร แต่มาเพื่อให้กำลังใจ และจะมอบเงินเป็นน้ำใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย

ตรวจเข้ม- ตำรวจ-ทหารตั้งด่านตรวจเข้มบนถนนสายหาดใหญ่-สะเดา จ.สงขลา ป้องกันทั้งอุบัติเหตุและก่อการร้ายช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสรุปยอดผู้เสียชีวิตอุบัติเหตุปีใหม่วันแรก 33 ราย เจ็บอีก 478 ราย
พล.อ.สุรยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ได้พูดคุยกับ กอ.รมน.ภาค 4 ผู้ว่าฯ นราธิวาสแล้ว ได้เตรียมการกันอย่างรอบคอบและดูแลพื้นที่สำคัญ โดยมาตรการในการป้องกันจะทำเช่นเดียวกับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ไม่เฉพาะพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เท่านั้น เมื่อถามว่าใกล้ครบรอบสี่ปีการก่อเหตุรุนแรงในภาคใต้ มองแล้วทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ขอเวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะประเมินผลได้ คิดว่าความร่วมมือของประชาชนมีมากขึ้น เห็นได้จากการแจ้งเบาะแสและการให้ข้อมูลของผู้ก่อความไม่สงบ ทั้งนี้ ขอให้ศอ.บต.และกอ.รมน.ภาค 4 รวบรวมและประเมินผลการทำงานมา จากนั้นจะชี้แจงให้ทราบต่อไป เมื่อถามว่าการเปลี่ยนรัฐบาลจะมีผลต่อสถานการณ์ความไม่สงบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องรอกอ.รมน.และ ศอ.บต. รายงานผลมาก่อน ประเด็นเรื่องทางการเมืองยังไม่แน่ใจ
วันเดียวนครปฐมตาย 7 ครบเป้าแล้ว
รายงานจาก บก.ภ.จว.นครปฐมแจ้งว่า ตั้งแต่เริ่มนับ 7 วันอันตราย เวลา 00.01 น. วันที่ 28 ธ.ค. - 06.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. รับแจ้งอุบัติเหตุ 12 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ผู้บาดเจ็บ 13 ราย ลักษณะเหตุ เวลา 09.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. จักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะผู้ขับขี่จักรยานยนต์เสียชีวิต 1 รายเหตุเกิดถนนมาลัยแมน ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน เวลา 02.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. รถจักรยานยนต์ชนท้ายสิบล้อผู้ขับขี่จักรยานยนต์เมาสุราเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดถนนหน้า อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รถยนต์กระบะนั่งชนท้ายรถยนต์กระบะบรรทุกเสียหลักข้ามเกาะกลางไปชนกับรถยนต์เก๋ง มีผู้เสียชีวิตคาที่รวม 5 ราย โดยยังไม่ทราบสาเหตุว่า คนขับรถยนต์กระบะนั่ง 4 ประตูหลับในหรือเมาสุรา ขณะที่นครปฐมตั้งเป้าอุบัติเหตุปีใหม่ไว้ให้มีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 7 ราย บาดเจ็บได้ไม่เกิน 82 ราย
นายชาญยุทธ รัตนพัลลภ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจังหวัดมีมาตรการจูงใจให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรซึ่งเป็นกฎของความปลอดภัย คือ โครงการคนสระแก้วยุคใหม่ มีวินัยจราจร โดยกำหนดจุดตั้งด่านตรวจเช็กวินัยจราจร เพื่อมอบรางวัลแก่ประชาชนที่ใช้ยานพาหนะที่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างถูกต้อง ก็จะให้ผู้ขับขี่รถจับสลากเพื่อมอบวางวัลให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งรางวัลประกอบด้วย ทีวีสี เครื่องซักผ้า พัดลม เสื้อยืด และอื่นๆ เพื่อกระตุ้น รณรงค์ส่งเสริม จูงใจให้ประชาชนปฏิบัติ ตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับขี่รถจักรยานยนต์เปิดไฟและสวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นมาตรการเสริมในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551
ผู้ว่าฯกรุงเก่ากำชับคุมเข้มแก๊งซิ่งจยย.
นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้เรียกประชุมคณะทำงานศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 เพื่อสรุปและประเมินสถาน การณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในรอบวันที่ผ่านมา พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมี 1 ครั้ง บาดเจ็บ 1 ราย สาเหตุเกิดจากเมาสุราและขับรถจักรยานยนต์ และได้กำชับให้ด่านตรวจทุกด่านตรวจเข้มให้มากตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่นถนนในหมู่บ้าน และถนนเชื่อมระหว่างอำเภอ เพราะเชื่อว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เนื่องจากอยู่ในช่วงการสังสรรค์และมักดื่มสุรา
นายเชิดพันธ์กล่าวด้วยว่า ช่วงคืนวันที่ 28 ธ.ค. ผ่านมา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า มีบางอำเภอที่ไม่ยอมรายงานข้อมูล จึงอาจจะให้มีการชี้แจงว่าเหตุใดถึงไม่ปฏิบัติตาม เพราะการป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังกำชับให้ตรวจค้นรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เพราะรายงานว่ามักรวมกลุ่มกันตั้งแก๊งออกแข่งรถบนถนนหลวง
"พหลฯ-เอเชีย"รถติดเร่งระบาย
นายเชิดพันธ์กล่าวด้วยว่า รายงานข่าวแจ้งว่าการเดินทางกลับของประชาชนบนถนนพหลโยธิน ช่วงผ่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า การจราจรหนาแน่นในบางช่วง โดยเฉพาะเขตรอยต่อระหว่าง ต.สนับทึบ อ.วังน้อย กับ อ.หนองแค จ.สระบุรี สาเหตุเป็นเพราะรถที่จะเลี้ยวขวาไป จ.นครราชสีมา ที่ตัวเมืองสระบุรี เบียดแย่งช่องจราจรกัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจทางหลวง กำลังเร่งระบายรถในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น
พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จว.พระนคร ศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากได้ออกไปตรวจสภาพการจราจรได้สั่งการให้ทุกท้องที่ ในถนนสายเอเชียและถนนพหลโยธิน เร่งระบายรถโดยเฉพาะถนนพหลโยธิน ส่วนถนนสายเอเชีย รถสามารถวิ่งได้ตลอดทั้ง 4 เลน จะมีติดขัดในบางช่วงคือ คอสะพานข้ามทางรถไฟบ้านม้า และคอสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เขต อ.นครหลวง เพราะอยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพาน ทำให้การจราจรบีบเหลือ 2 ช่องจราจร จากทั้งหมด 4 ช่องจราจร
7 วันอันตรายปากน้ำตาย 1 บาดเจ็บ 3
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือ นายชลาทิศ ศรีตองอ่อน สาเหตุมาจากขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนี้มี 3 ราย เป็นชายทั้งหมดโดยพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดได้แก่ รถจักรยานยนต์
เวลา 13.30 น. นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช. มหาดไทย รองผอ.ศปถ. ตรวจเยี่ยมการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เส้นทางถนนบางนา-ตราด เพื่อตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ พร้อมกำชับให้เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแนะให้ประชาชน "ตั้งสติก่อนสตาร์ต เร็ว เมา ง่วง โทร. ไม่ขับ" เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปราจีนบุรีว่า บรรยากาศการเดินทางกลับบ้านฉลองปีใหม่ ทำให้ถนนสาย 304 ตั้งแต่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จนถึง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งสู่ภาคอีสานและภาคตะออกเฉียงเหนือ และในช่วงดึกที่ผ่านมาถนนสายดังกล่าว มีรถยนต์จำนวนมาก ส่งผลให้รถจากถนน 4 เลน บริเวณทางขึ้นเขาลาดชัน อ.นาดี จะเหลือเพียง 2 ช่องทางที่ทางขึ้น เบียดแย่งช่องทางกัน ทำให้การจราจรเริ่มติดขัด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครต้องทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งคืน
ประตูอีสานรถติดตลอดคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.นครราชสีมา ว่า การจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงจากจ.สระบุรี ถึงจ.นครราชสีมาตั้งแต่คืนวันที่ 28 ธ.ค. จนถึงเช้าวันที่ 29 ธ.ค. การจราจรหนาแน่นมีรถยนต์ทั้งรถยนต์ส่วนตัว และรถโดยสารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรท้องที่และเจ้าหน้าที่ อปพร. ร่วมกันตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดเส้นทางถนนมิตรภาพจากจ.สระบุรีไปจนถึง อ.บัวลาย จ.นครราชสีมาเขตติดต่อกับอ.พล จ.ขอนแก่น การจราจรโดยรวมตั้งแต่คืนวันที่ 28 ธ.ค. จนถึงขณะนี้ยังสามารถเคลื่อนตัวไปได้ด้วยดี แม้จะมีติดขัดบ้างเป็นบางช่วงเฉพาะในเขตชุมชนและช่วงขึ้นเขาและลงเขา ส่วนในช่วงบ่ายปริมาณรถที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคอีสานยังคงหนาแน่น และติดขัดบริเวณอ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และต.กลางดง อ.ปากช่อง โดยรวมรถยังสามารถเคลื่อนตัวไปได้ด้วยความเร็ว 40-80 ก.ม.ต่อช.ม. ส่วนสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพในเขตตัวเมืองนครราชสีมาก็คับคั่งไปด้วยปริมาณรถที่บรรทุกผู้โดยสาร ทำให้การจราจรติดขัดบริเวณตั้งแต่สามแยกปักธงชัย หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไปจนถึงหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของ สภ.เมืองนครราชสีมาต้องเร่งระบายรถตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสภาพการจราจรบน ถ.มิตรภาพ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ด้านมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหน้าด่านอีสาน จ.นครราชสีมา เมื่อคืนที่ผ่านมา ตลอดเส้นทางมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนับสิบราย ส่วนใหญ่จะเป็นการเฉี่ยวชนด้านข้าง และชนท้าย ทำให้ยานพาหนะเสียหาย บางรายไม่สามารถแล่นต่อไปได้ ต้องรอรถยกมาลาก แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บเพียงเล็กน้อย สาเหตุเกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ไม่เคารพกฎจราจร ที่พยายามจะเร่งความเร็วในช่วงที่ถนนโล่ง หรือช่วงที่การจราจรไม่คับคั่งโดยแซงซ้าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น คู่กรณีจะจอดรถไว้คาช่องทางเดินรถ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ประกันภัย มาตรวจสอบ ทำให้ช่องทางจราจรเหลืออยู่เพียงสองช่อง รถที่แล่นตามมาจึงต้องชะลอความเร็วคอยหลบจึงเกิดรถติด นอกจากนี้ตามปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่เรียงรายตามเส้นทางหลัก พบยานพาหนะจอดพักในบริเวณปั๊มน้ำมันอยู่จำนวนมาก จนล้นออกมาจอดตามริมถนน จึงส่งปัญหาให้รถที่แล่นผ่านชะลอความเร็ว และยังมีผู้ลักลอบขายเครื่องดื่มที่มีแฮลกอฮอล์อยู่
โคราชลั่นผิดกฎจราจรฟันโทษสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 และ 2 ของจ.นครราชสีมา ก็เต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับมาบ้าน รวมทั้งประชา ชนชาวต่างจังหวัดที่เดินทางมาทำงานในเขตจ.นคร ราชสีมา ไปรอซื้อตั๋วเพื่อจะโดยสารรถประจำทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่จำนวนมาก ทำให้รถโดยสารไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนมีประชาชนตกค้างที่ บ.ข.ส. โดยบางคนมารอรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 13.30 น.ของวันที่ 29 ธ.ค. ก็ยังหารถโดยสารกลับบ้านไม่ได้ เนื่องจากรถโดยสารทุกคันที่วิ่งจากต้นทาง กทม. และจังหวัดอื่นๆ ที่แวะจอด บ.ข.ส.นครราชสีมามีผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่ง
นางปิยะฉัตร อินสว่าง หน.ศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา กล่าวสรุปอุบัติ เหตุที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันอันตรายว่า รับรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 14 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 11 ราย หญิง 3 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เทศกาลปีใหม่ปีนี้ จ.นครราชสีมาที่ครองแชมป์มีอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้ประชุมวางแผนสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย เบื้องต้นจะเน้นตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะตามทางแยก ทางร่วม เส้นทางหลัก โดยจะดำเนินคดีผู้ขับขี่ที่เมาสุรา และทำผิดกฎจราจรตามอัตราโทษสูงสุด โดยจะไม่ตักเตือนแล้ว
ระดมจนท.ดูแลรถขึ้นเหนือผ่านพิจิตร
เวลา 10.00 น. นายต่อพงษ์ อ่ำพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางตรวจดูความเรียบร้อย ที่ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซี่งตั้งอยู่ริมถนนสายสระบุรี-หล่มสัก หน้าค่ายพ่อขุนผาเมือง โดยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แจ้งว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเป็นต้นมา มีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาที่จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว ที่อ.เขาค้อ อ.น้ำหนาว และภูทับเบิก และยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อมาเยี่ยมญาติ และฉลองปีใหม่ ซึ่งทางศูนย์ ได้แจกเอกสารแนะนำการขับขี่ปลอดภัย และบางรายแวะพักที่ศูนย์ เพื่อดื่มกาแฟ น้ำเย็น ที่ทางศูนย์จัดไว้เพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยว
พล.ต.ต.วิฑูรย์ คลังพลอย ผบก.ภ.จว.พิจิตร กล่าวว่า การรณรงค์ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.-3 ม.ค. ซึ่งเป็นช่วง 7 วันอันตราย และมีผู้ใช้ยานพาหนะในการเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่ ซึ่งจังหวัดพิจิตรถือเป็นทางผ่านสู่จังหวัดภาคเหนือ ที่มีเส้นทางสายหลักผ่านถึง 3 เส้นทางด้วยกัน คือถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายวังทอง-อินทบุรี ทางหลวงหมายเลข 117 สายนครสวรรค์-พิษณุโลก และทางหลวงหมายเลข 115 สายพิจิตร-กำแพงเพชร นอกจากนี้ยังมีทางหลวงชนบทที่เป็นเส้นทางสายรองระหว่างอำเภอ และหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมาก จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ขนส่งจังหวัด อปพร. เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดพิจิตรไม่ให้เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ใต้ตอนบนชี้จยย.เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
นายวันชัย เชาวนะปัญจะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี รายงานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 ของจังหวัดในเขตรับผิดชอบ กระบี่ ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี ว่า ในวันที่ 28 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 25 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 28 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายทั้งหมด สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากทัศนวิสัยไม่ดี พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุทั้งหมดเป็นรถจักรยานยนต์ และเกิดบนถนนใน อบต.หรือหมู่บ้านเกือบทั้งหมด ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ระหว่างเวลา 16.00-20.00 น.
สำหรับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 8 ราย ภูเก็ต บาดเจ็บ 7 ราย สุราษฎร์ธานี บาดเจ็บ 5 ราย ชุมพร บาดเจ็บ 4 ราย กระบี่ บาดเจ็บ 4 ราย พังงา และระนอง ยังไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
เมาแล้วขับรถชนครองแชมป์ที่ตรัง
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ จ.นราธิวาส รายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนในช่วงวันแรกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสว่า เกิดขึ้นแล้ว 1 ครั้ง จากรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก มีผู้บาดเจ็บเป็นเพศหญิง 2 คน ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก สาเหตุจากขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท ส่วนการเรียกตรวจรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ใช้ถนนได้เรียกตรวจแล้วทั้งหมด 5,152 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ 3 ม 2 ข และ 1 ร
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ จ.ตรัง สรุปตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย เฉพาะในวันที่ 28 ธ.ค. มีผู้บาดเจ็บแล้ว รวม 14 ราย โดยแยกเป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นใน 5 พื้นที่ คือ อำเภอเมืองตรัง สูงสุด 8 ราย รองลงมาคือ อ.วังวิเศษ กับ อ.ย่านตาขาว แห่งละ 2 ราย และ อ.ห้วยยอด กับ อ.หาดสำราญ แห่งละ 1 ราย แยกเป็นเพศชาย 8 คน และเพศหญิง 6 คน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ซึ่งยอดการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย ทั้ง 14 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนถนนในเมือง คือ 5 ครั้ง รองลงมาเป็นถนนอื่นๆ ทั้งถนน อบต. ถนนหมู่บ้าน และถนนทางหลวง ซึ่งรถส่วนใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุ จะเป็นรถจักรยานยนต์ คือ 13 คัน คิดเป็นร้อยละ 92.86 และสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จะเป็นการเมาสุราแล้วขับ
สงขลาตั้งด่านตรวจเข้มป้องเหตุร้าย
พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ทุกโรงพักขาเข้าและออก เมืองหาดใหญ่ เมืองสงขลา ตั้งด่านตรวจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลอบก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในช่วงเทศกาล ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ใช้เส้นทางดังกล่าวต่างเห็นด้วยที่มีการตั้งด่านตรวจแบบชัดเจนเพื่อป้องกันเหตุร้าย และที่บริเวณจุดตรวจควนมีด ต.ควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา ทางอำเภอจะนะได้สนธิกำลังระหว่างตำรวจภูธรตำบลควนมีด อ.จะนะ และฉก. ตชด.ที่ 41 อส.อำเภอจะนะ ทำการตั้งด่านตรวจบนเส้นทางสายเอเชียที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.จะนะ อ.เทพา กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อป้องกันกลุ่มแนวร่วมฉวยโอกาสแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยทำการตรวจเข้มรถยนต์และรถจักรยาน ยนต์ต้องสงสัยทุกคันที่มีวัยรุ่น รวมทั้งรถตู้โดยสารที่เดินทางจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองหาดใหญ่และตัวเมืองสงขลา โดยใช้ชุด ฉก.ตชด.ทำ การตรวจค้นอย่างละเอียด อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ มีประชาชนใช้รถจำนวนมากบนทางหลวงสายต่างๆ ทั้งสายหลัก และสายรองในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าปกติ
นครปฐมปิกอัพข้ามเกาะชนเก๋งดับ5
เวลา 05.20 น. วันที่ 29 ธ.ค. ร.ต.อ.คเชนทร์ นิยมทอง ร้อยเวร สภ.นครชัยศรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 บก.ภ.จว.นครปฐม ว่ามีเหตุรถชนกัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ที่เกิดเหตุบนถนนเพชร เกษมขาเข้าและขาออก ก.ม.ที่ 46 ม.3 ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงไปสอบสวนที่เกิดเหตุ พบรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็มสีแดง ทะเบียน บร 9377 นครปฐม พลิกตะแคงอยู่ช่องวิ่งด้านซ้ายขาเข้า และด้านตรงข้ามฝั่งขาออกพบรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน ชต 5793 กทม.สภาพพังยับทั้งคัน ชนติดอยู่กับรถโตโยต้าวีออส สีเทา ทะเบียน ษห 5491 กทม. สภาพด้านหน้าและด้านข้างคนขับพังยับเช่นกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และเสียชีวิต 5 ราย จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า รถกระบะอีซูซุเสียหลักพุ่งเข้าชนรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็มที่อยู่ในช่องซ้ายอย่างแรง จนรถเสียหลักพลิกคว่ำข้ามเกาะกลางไปชนกับรถโตโยต้าวีออสที่วิ่งสวนทางมา
จากการตรวจสอบเอกสารผู้เสียชีวิตภายในรถกระบะอีซูซุ มีนายอลงกรณ์ กิจสะดวก อายุ 24 ปี อยู่เลขที่ 75/1 ม.1 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี คนขับ นายศักดา เกษม อายุ 26 ปี อยู่เลขที่ 6/3 ม.3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. นายภาคภูมิ แวบ้านแพ้ว อายุ 26 ปี อยู่เลขที่ 378 ม.10 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. และนายสุเชาว์ พันมี อายุ 26 ปี อยู่เลขที่ 71/19 ม.4 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ส่วนผู้เสียชีวิตในรถโตโยต้า วีออส คือ นายธิติ ลมัยเสถียร 37 ปี 236 ซ.สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. คนขับ
เมาซิ่งจยย.ถึงดับ
เวลา 07.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ขุราษี สารวัตรเวร สภ.พัฒนานิคมลพบุรี รับแจ้งว่า พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน แบบผู้หญิง หมายเลขทะเบียน กรข 480 ลบ ชนติดกับต้นไม้อยู่ริมถนน ตรงหมู่ที่ 3 บ้านห้วยบงใต้ ซ.15 สายจัตวา ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี แต่ไม่พบผู้ขับขี่รถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงช่วยงมหาในหนองน้ำขนาดใหญ่บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ พบกลายเป็นศพไปแล้ว จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าของรถคือ นายชานนท์ พัดเงิน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เมื่อคืนได้ออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่กับเพื่อน สันนิษ ฐานว่าอาจจะเมาแล้วขับรถจักรยานยนต์มาชนต้นไม้จนเสียชีวิต
เวลา 15.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ท.คำพันธ์ รุณ พัฒน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตราด รับแจ้งว่า มีรถจักรยานยนต์แหกโค้งที่บริเวณบ้านทุ่งไก่ดัก หมู่ 5 ต.ท่าพริก-เนินทราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายอุดม พงษ์เชื้อ อายุ 50 ปี อยู่เลขที่ 88 ม.7 ต.ท่าพริก-เนินทราย นอนเสียชีวิตอยู่ข้างทางใกล้กับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า กงว 966 ตราด สีน้ำเงิน จากการสอบสวนทราบว่านายอุดมมักดื่มเหล้าเป็นประจำ ซึ่งวันนี้ได้ไปดื่มฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน จึงสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการดื่มสุราจนมึนเมา แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อกทำให้ศีรษะฟาดพื้น และคอหักเสียชีวิตดังกล่าว
กระบะยางระเบิดแหกโค้งตายเจ็บระนาว
เวลา 22.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. พ.ต.ต.สมบุญ อิ่มเกิด สบ.2 สภ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ รับแจ้งเหตุมีรถยนต์แหกโค้งพลิกคว่ำ เหตุเกิดบริเวณถนนนคร สวรรค์-ชุมแสง หลักก.ม.ที่ 36 ม.13 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พบว่าที่บริเวณด้านขวาของถนนมีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ตร 7581 กทม. พลิกคว่ำ บริเวณที่นั่งคนขับพบศพนายเอกพล ศรีเทพ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 ม.8 ต.พันลาน อ.ชุมแสง ถูกอัดก๊อบปี้คารถ ต้องช่วยกันงัดร่างออกมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน
จากการสอบสวนทราบว่า รถคันเกิดเหตุมีผู้ตายเป็นคนขับ โดยผู้ตายมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างที่จ.ภูเก็ต ช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เดินทางกลับมายังภูมิลำเนาบ้านเกิด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ชวนพรรคพวกมาหาอาหารกินกันที่ตลาดชุมแสง ก่อนเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง ยางรถยนต์ด้านหน้าซ้ายเกิดระเบิด ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้ง ประกอบกับถนนบริเวณเกิดเหตุเป็นถนนต่างระดับจึงทำให้รถพลิกคว่ำหงายท้อง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บระนาว
กลับจากฉลองปีใหม่รถชนดับ
เวลา 00.40 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ท.ประสาน หอมชื่น พนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุ รถเก๋งชนรถจยย. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดบนถนนสายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง ขาเข้าสุพรรณบุรี ฝั่งตรงข้ามกับร้านสาลี่เอกชัย ระหว่างก.ม.ที่ 93-94 บริเวณหมู่ที่ 5 ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี จึง ไปที่เกิดเหตุพบแต่รอยเลือด มีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน จ 0447 สุพรรณบุรี ล้มคว่ำอยู่ สภาพพังเสียหาย ห่างออกไปเล็กน้อยมีรถเบนซ์ ทะเบียนป้ายแดง ฉ 5175 กทม. รถคู่กรณีจอดอยู่ ด้านหน้าพังเสียหาย ที่ด้านท้ายของรถเก๋ง มีรถกระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีแดง ทะเบียน บธ 2132 กาญจนบุรี ชนติดอยู่อีกคัน โดยนายทองจันทร์ สมเพ็ชร อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 1 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี คนขับรถจักรยานยนต์ เสียชีวิต ส่วนนายพนม ผลเจริญ อายุ 52 ปี อยู่เลขที่ 145 หมู่ที่ 3 ต.ไผ่ขวาง อ.เมืองสุพรรณบุรี คนซ้อนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายทองจันทร์และนายพนม ตั้งวงนั่งดื่มสุรากันฉลองส่งท้ายปีเก่า ขณะจะกลับบ้านพักได้ขับออกจากซอยพุ่งขึ้นถนนใหญ่ จึงถูกรถเบนซ์ชนเข้าอย่างแรง และรถปิกอัพที่วิ่งตามหลังมาเบรกไม่ทัน ชนท้ายรถเก๋งอีกคัน
เวลา 03.25 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ท.พานิช อนุภาพประเสริฐ ร้อยเวร สภ.วังสะพุง จ.เลย รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อยู่ที่ถนนสายวังสะพุง-ภูหลวง ใกล้กับป่าช้าจีน ต.วังสะ พุง อ.วังสะพุง รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีแดง หมายเลขทะเบียน กข 4632 เลย ชนกับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน บต 7156 เลย อยู่กลางถนน สภาพหน้ารถทั้งสองคันพังยับเยิน โดยที่เกิดเหตุก็เป็นทางโค้ง ภายในรถเก๋งมีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นางดวงแข คำบุญยอ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 2 บ้านทรายขาว ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง ถูกอัดคาเก๋งหน้ารถ ส่วนคนขับและคนในรถกระบะได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางมูลนิธิสว่างคีรีธรรมนำส่งร.พ.วังสะพุง
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะรถกระบะมาถึงทางโค้งใกล้กับโค้งป่าช้าจีน น.ส.อธิษนันท์ สุทธิโชติพัฒน์ คนขับรถเก๋ง เพื่อไปส่งนางดวงแข คำบุญยอ หลังจากไปฉลองปีใหม่ ได้ขับกินเลนเข้าชนกับรถกระบะจนมีผู้เสียชีวิต
ศรีสะเกษสลดส.ต.อ.เสย 6 ล้อดับ
นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ ตั้งเป้าจะต้องมีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 6 คน และปรากฏว่าในวันที่ 28 ธ.ค. มีผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุแล้วในช่วงนี้ 2 รายด้วยกัน โดยรายแรกเกิดเหตุเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ส.ต.อ. บุญมี แก้วสง่า ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัว เพื่อกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเครื่องแบบตำรวจ เตรียมตัวไปปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่รถเสียหลักไปพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งอยู่ด้านหน้า บริเวณ ถ.บ้านศรีแก้ว-บ้านหนองเทา ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ ผลทำให้ส.ต.อ.บุญมีเสียชีวิตคาที่อย่างน่าสลดใจ ส่วนรายที่ 2 เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่บริเวณหลัก ก.ม.ที่ 284- 285 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต.หนองหว้า อ.เบญจลักษ์ นายพงษ์สุรัต ประสานทอง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 5 ต.หนองหว้า อ.เบญจลักษ์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปชนกับรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน หท 6090 บุรีรัมย์ ทำให้นายพงษ์สุรัตเสียชีวิตคาที่