ส่งเทียบ- นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เข้าพบนายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ เพื่อส่งเทียบเชิญพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.
ถึงคิวพรรคเพื่อแผ่นดิน "น้องเขยแม้ว"นำทีม พปช. เดินสายบุกถึงบ้าน"วัฒนา" ส่งเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลเป็นพรรคที่ 6 ต่อจากพรรคชาติไทย มั่นใจแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ตั้งรัฐบาล 315 เสียง "เติ้ง"หายป่วยทันที ออกจากร.พ.แต่เช้าลงพื้นที่สุพรรณฯ เตรียมหารือพรรคเพื่อแผ่นดิน 2 ม.ค. จับมือเปิดแถลงข่าวใหญ่เข้าร่วมรัฐบาล พปช. "อภิสิทธิ์" ยอมรับเป็นไปได้ ถูกถีบเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว เผย"แม้ว"ประกาศต่อหน้าสมาชิกพรรค 60 ชีวิต ที่บินไปหาถึงฮ่องกง กำหนดเวลากลับไทยช่วงใกล้สงกรานต์
"เติ้ง"คึกออกร.พ.ไปสุพรรณฯ
วันที่ 29 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อน ไหวของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งเข้าพักรักษาอาการความดันสูง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีทีมแกนนำพรรคพลังประชาชน นำโดยนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาเยี่ยมและส่งเทียบเชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลให้ถึงเตียงคนไข้นั้น ปรากฏว่า เช้าวันเดียวกันนี้ เวลา 07.00 น. นายบรรหารได้เดินทาง ออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับบ้านพักย่านจรัญสนิท วงศ์แล้ว หลังได้รับอนุญาตจากแพทย์ประจำตัวผู้ดูแลอาการ จากนั้นในช่วงสายนายบรรหารได้เดินทางไปดูงานที่ จ.สุพรรณบุรี ทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พรรคชาติไทยแจ้งว่า นายบรรหารจะเข้าที่ทำการพรรคในเวลา 14.00 น. ทำให้มีผู้สื่อข่าวมาเฝ้ารอติดตามทำข่าวจำนวนมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นายบรรหารเตรียมจะเปิดแถลงท่าทีของพรรคชาติไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชาชน
นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายนายบรรหารกล่าวถึงอาการของนายบรรหารว่า เนื่องจากไม่ได้พักผ่อนมาเกือบเดือน ความดันจึงขึ้น แพทย์ให้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน หลังจากแพทย์ให้ยาคลายเครียดและยาลดความดันแล้ว เมื่อรู้สึกดีขึ้นแพทย์จึงให้ออกจากโรงพยาบาล และเช้านี้นายบรรหารเดินทางไปดูงานที่ จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากมีกำหนดการตรวจงานหลายจุดในพื้นที่
"ชท.-พผ."นัดแถลงใหญ่ 2ม.ค.
ส่วนกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วย พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทางเข้าเยี่ยมอาการป่วยของนายบรรหาร พร้อมส่งเทียบเชิญพรรคชาติไทยเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายวราวุธกล่าวว่า พรรคจะยังไม่มีการแถลงข่าวใดๆ รอฟังผลพรรคพลังประชาชนเดินทางไปเชิญพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าร่วมรัฐบาลก่อน จากนั้นพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดินค่อยมาหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดินมีความเหนียวแน่น ไปไหนไปด้วยกัน เมื่อเราได้รับเทียบเชิญก็ต้องมาหารือกันว่าจะเป็นอย่างไร แต่แนวโน้มการเข้าร่วมรัฐบาลของทั้ง 2 พรรคเป็นไปในทางที่ดี ถ้าพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าร่วม พรรคชาติไทยก็ไม่มีปัญหา และคงจะแถลงข่าวเป็นทางการร่วมกันต่อไป
ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เราตกลงไว้กับพรรคเพื่อแผ่นดินว่าหลังจากพรรคพลังประชาชนมาเชิญทั้ง 2 พรรคเข้าร่วมรัฐบาล เราจะนัดหารือกัน แต่การร่วมรัฐบาลไม่น่าจะมีข้อรังเกียจใดๆ ไม่มีข้อวิตกกังวลใด เพราะพรรคพลังประชาชนมีท่าทีที่ดี และตอบรับในทางที่ดีสำหรับแนวทางการทำงาน 5 ประการที่นายบรรหาร นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่บ้านนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย แล้ว อย่างไรก็ตามวันที่ 2 ม.ค. 2551 พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจะแถลงข่าวใหญ่ร่วมกัน เป็นข่าวดีและเป็นไปในแนวทางที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน
"น้องเขยแม้ว"เดินสายส่งเทียบ
เมื่อเวลา 11.00 น. ตัวแทนจากพรรคพลังประชาชน นำโดย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองเลขาธิการพรรค เดินทางมาพบกับแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บ้านพักนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ซอยพัฒนาการ 20 ประกอบด้วย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน น.พ.พฤฒิชัย ดำรง รัตน์ รองหัวหน้าพรรค และนายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค รวมทั้งอดีตกรรมการสภานโยบายและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อแผ่นดิน ประกอบด้วย นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นายสุชาติ ตันเจริญ และว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี เข้าร่วมหารือด้วย ส่วนนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ไม่ได้เข้าร่วมหารือครั้งนี้แต่อย่างใด โดยทั้งหมดใช้เวลาหารือกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง
นายสมชายให้สัมภาษณ์หลังหารือ ยอมรับว่าการมาพบกับนายวัฒนาเพราะต้องการเชิญเข้าร่วมรัฐบาล เช่นเดียวกับที่ไปเชิญนายบรรหาร ถือเป็นการให้เกียรติกับทุกพรรค เพราะหลังเลือกตั้งควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ถึงแม้พรรคพลังประชาชนจะได้เสียงข้างมากแต่ไม่ถึงครึ่ง จึงต้องมีการพูดคุยกัน
ให้เวลาตัดสินใจภายใน2-3วัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีของนายวัฒนา มีแนวโน้มอย่างไร นายสมชายกล่าวว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ดี มีแนวโน้มเป็นข่าวดี แต่พรรคเพื่อแผ่นดินมีขั้นตอนต้องหารือพิจารณาภายในก่อนจะแถลง ส่วนจะได้รับข่าวดีก่อนวันที่ 4 ม.ค.หรือไม่ ควรให้โอกาสพรรคเพื่อแผ่นดินหารือกับพรรคชาติไทยก่อน วันที่ 4 ม.ค.ยังไม่ช้าเกินไป และมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือกับพรรคอื่นในการตั้งรัฐบาลได้ ส่วนเรื่องเงื่อนไข 5 ข้อไม่ได้นำมาหารือกัน เนื่องจากดูเรื่องนโยบาย ความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ต่อข้อถามว่าได้คุยถึงโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ไม่ได้ลงลึกขนาดนั้น แต่จากนี้ต้องคุยกันต่อ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมจึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะมาร่วมด้วย นายสมชาย กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอน เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนท่าทีของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคที่มีต่อนายบรรหาร ที่ปรากฏออกไป เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะทั้งสองพรรคยังเมตตาเราและพร้อมมาอยู่กับเรา เนื่องจากมีจุดยืนไปในทางเดียวกัน คือเป็นรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และเราคุยกันในเรื่องสร้างสรรค์ การพูดคุยในวันนี้เป็นระดับแกนนำที่พรรคมอบหมาย จึงไม่ต้องนำกลับไปหารืออีก ดังนั้น คาดว่าอีก 2-3 วัน จะมีข่าวดีในเรื่องนี้ การดำเนินการทางการเมืองของพรรคเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่เพื่อโดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์
ชัวร์แล้ว90%-รัฐบาล315เสียง
พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การพูดคุยวันนี้คิดว่าคงไม่มีปัญหา และคอยฟังการแถลงของทั้ง 2 พรรคเอาเอง ตามกติกาเราต้องให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาตกลงในรายละเอียด เพราะเท่าที่ทราบพรรคเพื่อแผ่นดินมีปฏิญญากับพรรคชาติไทยว่าจะไปไหนก็ไปด้วยกัน เชื่อว่าถ้ามีการตอบตกลงก็อาจเข้ามาร่วมกันทั้ง 2 พรรค
เมื่อถามว่าจะนำผลการเจรจาระหว่างพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดินรายงานต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ไปไหน ปีใหม่จะพักผ่อนอยู่กับครอบครัว และการพูดคุยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเก้าอี้รัฐมนตรีว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะรับได้หรือไม่ หากพรรคพลังประชาชนจะขอดูแลกระทรวงการคลัง ต่างประเทศ และกลาโหม เพราะเป็นเรื่องผู้ใหญ่จะต้องหารือกัน แต่ขณะนี้เป็นการเรียนเชิญเข้าร่วมรัฐบาล
พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวถึงการเข้าเยี่ยมนายบรรหาร พร้อมทั้งเชิญพรรคชาติไทยให้เข้าร่วมรัฐบาลว่า เท่าที่ตนได้คุยก็เห็นเสียงตอบรับจากนายบรรหารค่อนข้างดี คาดว่าขณะนี้เกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้วที่จะตอบรับเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน และเชื่อว่าจะถึง 315 เสียงแน่นอน
"วัฒนา"ย้ำต้องหารือ"เติ้ง"ก่อน
ขณะที่นายวัฒนา อัศวเหม ให้สัมภาษณ์หลังหารือว่า ขอบคุณพรรคพลังประชาชนที่ให้เกียรติมาส่งเทียบเชิญพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าร่วมรัฐบาล ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการจัดตั้งรัฐบาลผสมทุกครั้ง พรรคพลังประชาชนเชิญเรามาตามมารยาท เราก็รับไปตามมารยาท ส่วนข้อเสนอทั้ง 5 ข้อที่ให้ไปก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพราะดีมาก ยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่เพื่อมาต่อรองทางการเมือง รวมทั้งเอาสถาบันมาแอบอ้าง แต่คือข้อเท็จจริงที่ควรปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลดีแก่ชาติบ้านเมือง การเทียบเชิญในครั้งนี้พรรคจะนำไปหารือโดยนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค จากนั้นจะต้องไปประชุมร่วมกับพรรคชาติไทยในวันที่ 2 ม.ค. เพื่อหาข้อสรุปต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าการรอหารือกับพรรคชาติไทยจะล่าช้าไปหรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่าไม่ช้าไป เพราะการจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความลงตัว และขณะนี้ข้อเท็จจริงในเรื่องตัวเลขส.ส.ก็ยังไม่ได้รับการประกาศรับรองจากกกต.อย่างชัดเจน ยังต้องรอการพิจารณาใบเหลืองใบแดงอีก เมื่อถามว่าข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ต้องทำเป็นสัตยาบันร่วมกันหรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่าไม่จำเป็น เพียงแต่รับต่อหน้าสาธารณ ชนก็พอแล้ว ส่วนที่นายสมัครออกมาตอบโต้ข้อเสนอทั้ง 5 ข้ออย่างรุนแรงนั้น ขอให้เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคชาติไทยกับหัวหน้าพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อแผ่นดินไม่เกี่ยว
ยันไม่เกี่ยวปัญหาเกาเหลา"หมัก"
เมื่อถามว่าจากการหารือยอมรับข้อเสนอของพรรคพลังประชาชนได้หรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่าวันนี้แค่เป็นการเทียบเชิญเท่านั้น การตัดสินใจเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค แม้ว่าพวกเราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคจะมีแนวทางก็ยังต้องไปหารือพรรคชาติไทยก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะบอกกับประชาชนได้หรือไม่ว่า พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคชาติไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน นายวัฒนากล่าวว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เพียงแค่มาเชิญ พรรคเพื่อแผ่นดินเห็นว่ารัฐบาลน่าจะมีเสียงที่ทำให้เกิดความมั่นคง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจมั่นคงตามไปด้วย พรรคใดที่มีเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลฉิวเฉียดความมั่นคงก็ไม่มี พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้พิจารณาเรื่องอื่น แต่พิจารณาว่าถ้าในทางการเมืองเกิดความมั่นคง และพรรคเพื่อแผ่นดินทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้เราจะทำ แต่เงื่อนไขทั้ง 5 ข้อต้องปฏิบัติให้ได้เพราะถือว่าเป็นหลักสำคัญ
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายสมัครจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่าเรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องประเทศชาติก็ส่วนของประเทศชาติ ไม่เกี่ยวกัน
สุวิทย์ไม่รอแล้วผล"ใบแดง"
เมื่อถามว่าในส่วนของความมั่นคงทางการเมืองหมายความว่าพรรคพลังประชาชนจะมีจำนวนมากกว่า 254 ที่นั่งใช่หรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่าไม่จำเป็น เพราะแต่ละวันไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงวันต่อวัน ตนเล่นการเมืองมา 30 ปีถ้าจะต้องเป็นฝ่ายค้านก็พร้อม ไม่มีปัญหา อะไรที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้ก็ทำ ส่วนจะได้ข้อยุติเมื่อไรนั้น การกินข้าวหารือกันคงจะอีกไม่นานแล้ว ถ้ากินมากกว่านี้ท้องแตกแน่นอน
ด้านนายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราได้รับเทียบเชิญจากพรรคพลังประชาชนให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยเราต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคอีกครั้ง คงจะเป็นไปตามขั้นตอนเพราะเราต้องการทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยเดินหน้าไปได้ โดยการพูดคุยของพรรคเพื่อแผ่นดินจะเร็วที่สุดและทราบผลใน 2-3 วันนี้
ส่วนที่ว่าในพรรคเพื่อแผ่นดินแตกเป็นหลายส่วน นายสุวิทย์กล่าวยืนยันว่าพรรคไม่ได้แตกแถวหรือแตกไปไหน ทุกอย่างเป็นไปตามมติพรรค สำหรับหลักการทั้งหมดที่พูดคุยกันวันนี้คือหลักการที่เตรียมการจัดตั้งรัฐบาลว่าเมื่อจัดตั้งแล้วความมั่นคงของชาติจะอยู่ตรงไหน เหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคยึดมั่นโดยตลอด โดยเฉพาะการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคยืนยันได้ว่าทุกคนจะไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนเรื่องใบเหลืองใบแดงตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญแล้ว และเรื่องตัวเลขก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อเราจัดตั้งรัฐบาลแล้วความแตกแยกทางการเมืองต้องยุติ เราจะตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้ตนยังบอกอะไรที่แน่ชัดไม่ได้ ต้องพูดคุยกับพรรคชาติไทยก่อน
กลุ่ม"หมอแว"ยื่น3เงื่อนไข
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ส.ส.นราธิวาส ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายสุวิทย์เป็นเวลาร่วม 1 ชั่วโมง น.พ.แวมาฮาดีให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า กลุ่มสัจจานุภาพไม่ว่ากับพรรคใดก็สามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล กลุ่มมีจุดยืน 3 ข้อในการเข้าร่วมคือ 1.ส.ส. 4 คนในกลุ่มมีจุดยืนที่จะแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นสำคัญ 2.การให้ตัวแทนกลุ่มเข้าไปมีบทบาทในฝ่ายบริหาร และ 3.ให้ส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดไม่ว่าพรรคไหน ต้องมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้โดยชูเป็นวาระแห่งชาติ อย่างไรก็ตามในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถ้าพรรคเพื่อแผ่นดินมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลจริง จะขอมีส่วนร่วมแก้ปัญหาภาคใต้ผ่านการทำงานใน 3 กระทรวงคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)
รายงานข่าวแจ้งว่า การที่พรรคชาติไทยและเพื่อแผ่นดินยังไม่ให้ความชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาล เพราะเบื้องต้นได้ประเมินว่าพรรคพลังประชาชนอาจจะได้รับใบแดงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ จ.เชียงราย อุดรธานี บุรีรัมย์ และมีแกนนำพรรคพลังประชาชนบางคนเข้าข่ายอาจจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง
พปช.ใช้เก้าอี้"อุตฯ-มท."ล่อใจ
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อแผ่นดินเปิดเผยว่า สาเหตุที่พรรคพลังประชาชนส่งนายสมชายมาเป็นตัวแทนทาบทามพรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคชาติไทย เพราะกังวลว่าทั้ง 2 พรรคจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล อีกทั้งยังกังวลถึงการแถลงข่าวของนายสมัคร อาจทำให้เกิดความบาดหมางใจกับนายบรรหารและแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินได้
อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินยังมีความคลุมเครือ เพราะนายวัฒนาและนายสุรเกียรติ์แสดงท่าทีว่าไม่ต้องการเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน แต่กลุ่มของนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ นายสุชาติ ตันเจริญ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ต้องการเข้าร่วม จึงทำให้แกนนำยังตกลงกันไม่ได้ แต่พรรคพลังประชาชนได้ยื่นข้อ เสนอโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว โดยเก้าอี้รมว.อุตสาหกรรมให้นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค และเก้าอี้รมช.มหาดไทยให้นายมั่น พัธโนทัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ กลุ่มปากน้ำ ซึ่งเป็นคนสนิทนายวัฒนา
รายงานข่าวจากแกนนำพรรคชาติไทยเผยว่า แกนนำพรรคชาติไทยและเพื่อแผ่นดิน จะนัดหารือกันอีกครั้งวันที่ 2 ม.ค. 51 ที่บ้านของนายวัฒนา ระหว่างนี้แกนนำทั้ง 2 พรรคต่างลงพื้นที่เพื่อขอบคุณประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยวันที่ 31 ธ.ค. เวลา 08.00 น. นายบรรหารจะเปิดบ้านจรัญสนิทวงศ์ให้สมาชิกพรรค นักการเมือง รวมทั้งชาวสุพรรณบุรี เข้าร่วมอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ด้วย
เย้ย"เทือก"เตรียมเป็นฝ่ายค้าน
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการทาบทามพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าร่วมรัฐบาลว่า ต้องรอให้ทั้ง 2 พรรคพูดเอง แต่ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีเพราะจะมีจำนวนส.ส.เพียงพอในการตั้งรัฐบาลที่มั่นคง การ เมืองไทยจะไม่ถูลู่ถูกัง พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบไป ส่วนพรรคที่เหลือก็มาร่วมกันบริหารประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ของพรรคชาติไทยและเพื่อแผ่นดิน จะทำเป็นสัญญาประชาคมหรือสัตยาบันหรือไม่ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ผู้ใหญ่ในพรรคคุยกัน และมีแถลงการณ์ออกไปก็ระบุชัดว่า 5 ข้อ นั้นไม่ใช่เงื่อนไขในการตั้งรัฐบาล พรรคได้ดำเนินการมากกว่า 5 ข้อที่เสนอมาอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล และไม่เหมาะสมที่ดึงเอาสถาบันเบื้องสูงมาข้องเกี่ยวกับการเมือง
ต่อข้อถามถึงการแถลงข่าวตอบโต้นายบรรหารของนายสมัครที่ค่อนข้างรุนแรง จะมีปัญหาในการทำงานร่วมกันหรือไม่ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น พรรคเพียงทำหน้าที่เชิญชวน 2 พรรค มาช่วยกันตั้งรัฐบาลบริหารประเทศเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน แต่สิ่งที่ต่างๆ ที่ 2 พรรคเคยพูดและทำไปก่อนหน้านี้ก็เป็นเรื่องที่ 2 พรรคดังกล่าวต้องไปตอบกับสังคมเอาเอง ขณะนี้พรรคกำลังรอผลการรับรองอย่างเป็นทางการจาก กกต. และประกาศตั้งรัฐบาลในวันที่ 4 ม.ค. ฉะนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไปขอให้ไปเตรียมตัวทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
"แม้ว"กลับเม.ย.ใกล้สงกรานต์
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ว่าที่ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน เผยว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. สมาชิกพรรคพลังประชาชนกว่า 60 คน พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เดินทางไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง โดยตนเป็นตัวแทนกล่าวกับพ.ต.ท.ทักษิณว่า บรรดาสมาชิกพรรคที่มาเยี่ยมคารวะ ส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ซึ่งระลึกถึงคุณูปการที่ปฏิบัติระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศชาติ ประชาชนชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาต่อผลงานของ พ.ต.ท. ทักษิณ จนส่งผลให้พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งเมื่อ 23 ธ.ค. และหวังว่าจะได้เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศในเร็ววัน
ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า จากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความยินดีกับว่าที่ส.ส. ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนผู้ที่สอบไม่ผ่านขยันลงพื้นที่เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกคนคงต้องทำงานอย่างหนัก เพราะคณะปฏิวัติมีแผนบันได 4 ขั้น และพยายามขจัดพรรคพลังประชาชน แต่ไม่สามารถสกัดได้ เพราะพรรครวมตัวกันเหนียวแน่น ถึงอย่างไรตนต้องกลับประเทศไทยแน่ ถ้าเป็นไปได้จะใช้ความรู้และประสบการณ์ช่วยเหลือรัฐบาลให้ทำงานเพื่อประเทศชาติเข้มแข็ง ประชาชนมีความสุข
"เมื่อสักครู่มีพวกเราถามว่าจะกลับวันที่ 14 ก.พ. จริงหรือ ตอบได้เลยว่าไม่กลับ คร่าวๆ น่าจะเป็นเดือนเม.ย. ช่วงใกล้สงกรานต์จะได้ไปทำบุญ" ร.ต.ท. เชาวริน อ้างคำกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ
"มาร์ค"ชี้เป็นไปได้ถูกโดดเดี่ยว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตอบโต้นายบรรหาร ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ก่อนที่จะส่งตัวแทนไปเชิญพรรคชาติไทยเข้าร่วมรัฐบาลว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่พรรคพลังประชา ชนจะพูดคุยกับพรรคอื่น ขอให้ดำเนินการไป เมื่อบอกว่าจะแถลงวันที่ 4 ม.ค. น่าจะดำเนินการให้เรียบร้อย การตอบโต้กันหรือบุคคลในพรรคแสดงความเห็นไม่ตรงกันจะทำให้ประชาชนสับสน ต่อข้อถามว่า 2 พรรคทำอย่างนี้ถือเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 พรรคต้องพูดคุยกันเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรคพลังประชาชนจะโดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องสอบถามพรรคพลังประชาชน เพราะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนความเป็นไปได้ว่าจะถูกโดดเดี่ยวนั้น มีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่เรารอฟังวันที่ 4 ม.ค. ดีที่สุด ช่วงนี้ให้ทุกคนไปพักผ่อนปีใหม่ พรรคจะรอหลังวันที่ 4 ม.ค. เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน แปลง
เมื่อถามว่าได้โทรศัพท์ไปเยี่ยมอาการป่วยของนายบรรหารแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนโทรศัพท์คุยกับนายวราวุธ ซึ่งได้เล่าถึงอาการว่านายบรรหารมีความดันขึ้น เมื่อถามว่าได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเยี่ยมนายบรรหารเฉยๆ หลีกเลี่ยงจะพูดเรื่องอื่น ส่วนใหญ่ส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดี
"ชูวิทย์"โผล่ถล่มแหลก"บรรหาร"
เมื่อเวลา 14.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวหน้าที่ทำการพรรคชาติไทย ประท้วงนายบรรหารที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน โดยนำป้ายเนื้อ หาคำให้สัมภาษณ์ของนายบรรหาร เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่าจะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชนมาติดด้วย
นายชูวิทย์กล่าวว่า การเสนอแนวทาง 5 ประการ เป็นการบังหน้าเพื่อเข้าร่วมรัฐบาล ขอถามว่าลืมคำพูดที่ว่าจะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ที่เคารพมา 30 ปีผิดหวัง คำพูดนี้หายไปไหน วันนี้ประชาชนไม่ต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็ง แต่ต้องการฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ก่อนหน้าไปจับมือกอดคอปรึกษาหารือกันทำให้ประชาชนเข้าใจว่าอยู่ขั้วพรรคประชาธิปัตย์ แต่หลังวันที่ 23 ธ.ค.กลับไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน "ท่านพูดเองว่าจะไม่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน แต่การเอาสถาบันมาอ้างทำให้คนอื่นเลวหมดเพื่อจะได้ร่วมรัฐบาล แค่แย้มปากก็เห็นไรฟัน ต้องมีจุดยืนบ้าง ไม่ใช่น้ำลายไหลอยากร่วมรัฐบาลอย่างเดียว อายุ 80 ปีแล้วจะลืมคำพูดง่ายๆ เท่ากับหลอกลวงประชาชน ท่านให้ประชาชนไปโหวตในวันที่ 23 ธ.ค. เสร็จแล้วก็พลิกไปอยู่กับพรรคพลังประชาชน" นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า วันที่พรรคชาติไทยไปร่วมรัฐบาลจะนำพวงหรีดไปมอบให้ การเป็นนักการเมืองไม่ใช่ว่าต้องเป็นรัฐบาลเสมอไป ตนยอมรับทั้ง 2 พรรคใหญ่ แต่ไม่เข้าใจพรรคชาติไทยวิ่งจนตีนพลิกไปบ้านคนนั้นคนนี้ ตนเคารพความอาวุโสของนายบรรหาร แต่ไม่เคารพจุดยืน เพราะไม่มีจุดยืนทางการเมือง ดังนั้น จะไปมอบพวงหรีดเพื่อให้เห็นว่านายบรรหาร ตายไปในทางการเมืองแล้ว
"สุนทร-อนงค์วรรณ"จองรมต.
นายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ว่าที่ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 ในฐานะทีมเจรจาจับขั้วรัฐบาล กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนว่า พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงมากที่สุด พรรคอื่นๆ ก็ไม่น่าจะรังเกียจ เมื่อแต่ละพรรคเห็นด้วยที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตยก็เห็นว่าไม่เสียหายที่เราจะไปร่วมด้วย และควรเร่งจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จโดยเร็วเพื่อบ้านเมือง ส่วนโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีที่พรรคเราเสนอไป 2 ตำแหน่งนั้น หากพรรคพลังประชาชนตกลงตามที่เสนอขอไป เราก็ถือเป็นการให้เกียรติ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพลังประชาชนอาจเสนอให้โควตารมว.แรงงาน และรมช.อุตสาหกรรมกับพรรคมัชฌิมาฯ นายสุนทรกล่าวว่าก็ถือว่าให้เกียรติ ตนตกลงกับนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและพูดกันหลายครั้งเป็นเดือนว่าตนจะให้เกียรตินางอนงค์วรรณก่อนในฐานะเลขาธิการพรรค ตามกติกามารยาทก็จะได้รับโควตาตำแหน่งรมว. ส่วนตนเป็นรองหัวหน้าพรรคก็ได้รับตำแหน่งลดหลั่นลงมาคือรมช. เป็นการให้เกียรติกันและกัน
บีบ"ประชัย"เสียสละไม่รับเก้าอี้
เมื่อถามว่าหากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรค ไม่ได้รับตำแหน่งจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะน่าจะเสียสละได้ การเจรจาเรื่องร่วมรัฐบาลเราก็ต้องแจ้งให้ท่านทราบ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่เราก็ให้เกียรติ ส่วนปัญหาในพรรคระหว่างนายประชัย กับกลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นั้น ตนจะเป็นตัวกลางพูดคุยประสานความเข้าใจระหว่าง 2 ฝ่าย โดยตนจะลองพูดคุยกับนายประชัยอีกครั้ง หากจะให้ตอบแทนบุญคุณหลังจากนี้เราพร้อมทำเพื่อให้ทุกอย่างจบ เรื่องนี้จะพูดคุยกันหลังเรื่องจับขั้วร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ตนอยากให้นายประชัยยอมด้วยความเต็มใจและสงบ เราก็จะขอความเห็นใจให้นายประชัยอย่าอารมณ์ร้อนและขอให้เสียสละ จะพูดกันด้วยเหตุผลไม่น่าคิดมาก
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรค 1 ในทีมเจรจากล่าวว่า การเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นที่รับรู้ทั่วไปแล้วว่าพรรคมัชฌิมาธิปไตยน่าจะเข้าร่วม แต่ตอนนี้พรรคพลังประชาชนยังไม่ได้นัดหารือ คิดว่าน่าจะเป็นวันที่ 2-3 ม.ค. น่าจะนัดหารืออีกครั้งก่อนจะแถลงข่าวในวันที่ 4 ม.ค.ตามที่นายสมัครประกาศไว้ ซึ่งหากมีการแถลงจัดตั้งรัฐบาลตนและนางอนงค์วรรณก็คงไปร่วมแถลงด้วย ส่วนเรื่องโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีตอนนี้ยังไม่ขอพูดถึง ให้มีการพูดคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาลให้แน่ นอนก่อนค่อยมาว่ากัน
ปชป.ปูดทุ่ม4พันล.ตั้งรัฐบาล
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในการรวบรวมพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็ก เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองใหญ่ได้สำเร็จแล้ว เนื่อง จากมีแกนนำบางคนของพรรคใหญ่ เสนอผลประโยชน์ให้กับแกนนำพรรคขนาดกลางพรรคหนึ่ง เป็นจำนวนเงินสูงถึง 4 พันล้านบาท รวมถึงเสนอผลประโยชน์ให้กับว่าที่ส.ส.ในสังกัดที่จะเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาลร่วม อีกคนละ 20 ล้านบาท นอกจากนี้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้แสดงความชัดเจนเรื่องการจับขั้ว ยังได้รับข้อเสนอดังกล่าวด้วย กระบวนการดังกล่าวคล้ายกับการเคลียร์หนี้เก่าให้ทั้งวงจนทำให้อ่อนโอนยินยอมเข้าไปร่วมด้วย
สื่อสภาตั้งฉายา"สนช.-ส.ส.ร."
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้ระดมความคิดเห็นตั้งฉายาผู้ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อสะท้อนถึงบุคลิกและการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในรอบปี 2550 ผลการพิจารณามีดังนี้ 1.ฉายา สนช. ได้แก่ "ขัน-ที สีเขียว" 2.ฉายาประธาน สนช. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้แก่ "ซีอีโอ สนช." 3.ฉายา ส.ส.ร. ได้แก่ "แสบสนิทศิษย์ คมช."
4.เหตุการณ์แห่งปี ได้แก่ "ม็อบยึดสภา" เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 5.เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ได้แก่ "ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550" วันที่ 19 ส.ค. 2550 6.ดาวเด่น ได้แก่ นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 7.ดาวดับ ได้แก่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน
8.คู่กัดแห่งปี ได้แก่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ กับ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ 9.วาทะแห่งปี ได้แก่ "ไปตายเอาดาบหน้า" เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของนายมีชัย ขณะทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสนช. ระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมในวาระ 2 (อ่านรายละเอียด น.6)